logo
กรมธนารักษ์
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชัยนาท
THE TREASURY
DEPARTMENT
MENU
  • A
  • A
  • A

คำแนะนำเกี่ยวกับการเช่าที่ราชพัสดุ

คำแนะนำเกี่ยวกับการเช่าที่ราชพัสดุ



ผู้เช่าที่ราชพัสดุพึงทราบและคำนึงไว้เสมอ ดังต่อไปนี้
  1. ผู้เช่าต้องอ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของผู้เช่าให้ชัดเจนตามสัญญาเช่า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้เช่าเอง
  2. การติดต่อราชการเกี่ยวกับการเช่าที่ราชพัสดุ จะต้องนำหลักฐานที่จำเป็นมาด้วยทุกครั้ง คือสัญญาเช่า ใบเสร็จชำระค่าเช่าครั้งสุดท้าย บัตรประจำตัวผู้เช่าที่ราชพัสดุ บัตรประจำตัวประชาชน และควรมาติดต่อราชการด้วยตนเอง หากไม่มีเหตุจำเป็นอย่างแท้จริง ไม่ควรมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาแทน
  3. การจัดทำสัญญาเช่าทุกครั้งก่อนรับสัญญา ผู้เช่าจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อความในสัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขเกี่ยวกับค่าเช่าหลักประกันและระยะเวลาการเช่า เพื่อประโยชน์ของผู้เช่าเอง
  4. ก่อนจะดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า หากไม่แน่ใจว่าผิดสัญญาเช่าหรือไม่ ควรปรึกษาหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ทุกครั้งเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดและไม่ให้เกิดความเสียหาย ทั้งแก่ผู้เช่าและทางราชการ
  5. ถ้าผู้เช่าเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ให้รีบแจ้งทางราชการ (ผู้ให้เช่า) ทราบ พร้อมทั้งแสดงหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุลด้วย กรณีเปลี่ยนที่อยู่อาศัยหรือเปลี่ยนสถานที่ติดต่อให้รีบแจ้งทางราชการ
  6. ห้ามโอนสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุระหว่างกันเอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการเพราะเป็นการปฏิบัติผิดระเบียบและผิดสัญญา ซึ่งทางราชการอาจไม่ให้สิทธิการเช่าแก่ทั้ง ๒ ฝ่ายก็ได้
  7. หากมีบุคคลหลายรายเรียกร้องสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุอันเดียวกัน และไม่อาจตกลงกันได้ ทางราชการมีสิทธิที่จะนำสิทธิการเช่านั้นออกประมูลจัดให้เช่าใหม่ได้
สิทธิของผู้เช่าที่ราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย
  1. สิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า หากผู้เช่าถึงแก่กรรม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของทายาท ทางราชการให้โอกาสแก่ทายาทของผู้เช่าที่ถึงแก่กรรมมีสิทธิ์ยื่นความประสงค์ขอเช่าแทนได้
  2. สิทธิการเช่ามีเพียงระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าเท่านั้น
  3. จะปลูกสร้างดัดแปลงต่อเติมหรือรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่เช่าได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากทางราชการ
  4. การวางหลักประกันสัญญาเช่าจะวางเป็นเงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาลก็ได้ และจะขอคืนได้ เมื่อพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาเช่ากับไม่มีเงินอื่นใดที่ค้างชำระแก่ทางราชการ
  5. เมื่อสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัยสิ้นสุดลง (ปกติจะทำสัญญาเช่าเป็นรายปีหรือครั้งละไม่เกิน ๓ ปี) การต่ออายุสัญญาเช่าครั้งต่อไปจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการต่ออายุสัญญาเช่า
  6. เมื่อสัญญาเช่าระงับ บรรดาอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่เช่า หากไม่ประสงค์จะรื้อถอน จะยกกรรมสิทธิ์ให้เป็นของทางราชการก็ได้ เมื่อทางราชการยอมรับและเห็นว่าเป็นประโยชน์ (ยกเว้นสิ่งปลูกสร้างที่ต้องยกกรรมสิทธิ์ไว้แล้ว)
หน้าที่ของผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย
  1. การชำระค่าเช่าที่ดิน ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าปีละ ๑ ครั้ง โดยจะต้องชำระค่าเช่าของแต่ละปีภายในเดือนกุมภาพันธ์ หากเกินกำหนดเวลาจะต้องชำระเงินเพิ่มเป็นเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือน ของเงินที่ค้างชำระ เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน
  2. ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่หรือภาษีอื่นใดตลอดจนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเช่านี้แทนทางราชการทั้งสิ้น
  3. การค้างชำระเงินอันจะต้องชำระแก่ทางราชการตามกำหนดเวลานอกจากจะต้องชำระเงินที่ค้างแล้วยังต้องชำระเงินเพิ่มขึ้นเป็นเบี้ยปรับอีกในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนของเงินที่ค้างชำระ
  4. ต้องป้องกันและดูแลรักษาแนวเขตพื้นที่ ตลอดทั้งบำรุงรักษาที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยไม่สกปรกเลอะเทอะไม่ให้เกิดความเสียหายต่อที่ราชพัสดุ
  5. จะทำการเปลี่ยนแปลงหรือขุดคู คลอง บ่อ สระหรือแหล่งขังน้ำหรือตัดฟันต้นไม้ยืนต้นในที่ดินที่เช่าไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากทางราชการ (ผู้ให้เช่า) ก่อน
  6. จะนำที่ดินที่เช่าหรือสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่เช่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปให้เช่าช่วงหรือนำไปหาประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์การเช่าเพื่ออยู่อาศัย หรือยอมให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ในที่ดินที่เช่าไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากทางราชการ (ผู้ให้เช่า) ก่อน
  7. ผู้เช่าจะต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินที่เช่าเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น
  8. ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อยู่ใกล้เคียง หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
  9. ต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของทางราชการเข้าไปตรวจที่ดินสถานที่เช่าได้เสมอ โดยผู้เช่าจะต้องอำนวยความสะดวกให้ตามสมควร
  10. ในระหว่างอายุสัญญาเช่า ถ้าทางราชการมีความจำเป็นต้องใช้ที่ดินที่เช่าเพื่อประโยชน์ของรัฐหรือของทางราชการ ผู้เช่ายินยอมให้บอกเลิกสัญญาเช่า
  11. เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้เช่าจะต้องปรับพื้นที่ดินที่เช่าให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือดีตามสภาพเดิม โดยผู้เช่าและบริวารจะต้องออกจากที่ดินที่เช่า พร้อมกับขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่าหรือของผู้อื่นที่อยู่ในความครอบครองของผู้เช่าออกไปจากที่ดินที่เช่าและส่งมอบที่ดินที่เช่าให้แก่ทางงราชการผู้ให้เช่าให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่สัญญาสิ้นสุดลง
7 สิงหาคม 2556 | จำนวนเข้าชม 91 ครั้ง

ข่าวแนะนำ

  • ข้อมูลเกี่ยวกับยุทธศาสตร์จังหวัดชัยนาท
    5 กุมภาพันธ์ 2557
    จำนวนเข้าชม 3 ครั้ง
  • ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาลงานประเพณีและการคมนาคมขนส่งของจังหวัดชัยนาท
    5 กุมภาพันธ์ 2557
    จำนวนเข้าชม 6 ครั้ง
  • สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชัยนาท
    4 กุมภาพันธ์ 2557
    จำนวนเข้าชม 7 ครั้ง